สำหรับคนรักรถที่ชอบซ่อมบำรุงรถด้วยตัวเองหรือช่างยนต์ ปัญหาใหญ่ที่สุดที่มักจะทำให้งานซ่อมกินเวลาเกินความจำเป็นคือการจัดน็อตที่แน่นเกินไป ไม่ว่าจะเป็นน็อตล้อที่ขันมาแน่นจนประแจกากบาทเอาไม่ออก หรือน็อตช่วงล่างที่ผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนานและเป็นสนิม

 

ทางออกที่จะช่วยเปลี่ยนชีวิตช่างให้ง่ายขึ้นคือ บล็อกไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันมีราคาที่จับต้องได้และประสิทธิภาพสูงจนสามารถใช้งานแทนบล็อกลมได้สบายสำหรับช่างสาย DIY หรือแม้แต่ช่างมืออาชีพ บทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ บล็อกไฟฟ้า เครื่องมือช่างสายรถที่คุณเองก็ควรมีติดไว้ ตั้งแต่กลไกไปจนถึงวิธีเลือกซื้อ

 

บล็อกไฟฟ้า คืออะไร?

 

บล็อกไฟฟ้า คือ เครื่องมือช่างที่ออกแบบมาเพื่อส่งแรงบิด (Torque) ในระดับสูงมากเพื่อใช้ในการขันน็อตให้แน่นหรือคลายน็อตที่ติดแน่นโดยเฉพาะ จุดเด่นสำคัญที่ทำให้มันต่างจากสว่านทั่วไปคือระบบกระแทก ซึ่งช่วยผ่อนแรงผู้ใช้งาน ทำให้เราสามารถถอดน็อตล้อรถยนต์หรือน็อตเครื่องจักรขนาดใหญ่ได้ด้วยมือเดียวโดยไม่ต้องออกแรงโหนประแจเหมือนสมัยก่อน

 

กลไกการทำงานของบล็อกไฟฟ้านั้นไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด โดยภายในตัวเครื่องจะมีมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่หมุนชุดกลไกที่เรียกว่า ค้อน (Hammer) และ ทั่ง (Anvil) เมื่อมอเตอร์หมุนจนถึงรอบที่กำหนดและเจอแรงต้านจากน็อต (เช่น น็อตเริ่มแน่น หรือน็อตที่แน่นมาก) กลไกสปริงภายในจะถูกบีบอัดและปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปแบบของการกระแทกซ้ำ ๆ ไปที่แกนเพลาขับ

 

การกระแทกนี้จะเกิดขึ้นด้วยความถี่สูงและรุนแรงในเสี้ยววินาที เหมือนกับการที่เราเอาค้อนทุบด้ามประแจรัว ๆ เพื่อให้น็อตขยับตัว (แต่ถี่กว่าในระดับหลายพันครั้งต่อนาที) ซึ่งหลักการนี้ทำให้บล็อกไฟฟ้าสามารถสร้างแรงบิดได้มหาศาลโดยที่ผู้ใช้งานแทบไม่รู้สึกถึงแรงสะท้อนกลับมาที่ข้อมือเลย

 

บล็อกไฟฟ้าใช้ทำอะไรได้บ้าง

 

หน้าที่หลักของเครื่องมือชิ้นนี้คือการจัดการกับงานขันน็อตที่ต้องการแรงบิดสูงเกินกว่าที่ไขควงหรือสว่านทั่วไปจะทำได้ งานยอดนิยมที่สุดคือการถอดและใส่น็อตล้อรถยนต์ ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้แรงบิดประมาณ 100-150 นิวตันเมตร (Nm) สำหรับรถเก๋งทั่วไป หรืออาจสูงถึง 180-200 Nm ในรถกระบะ บล็อกไฟฟ้าช่วยให้การสลับยางหรือถอดล้อเซอร์วิสเบรกทำได้เสร็จภายในเวลาไม่กี่นาที

 

นอกเหนือจากงานล้อ บล็อกไฟฟ้ายังเป็นเครื่องมือสำคัญในการซ่อมช่วงล่างรถยนต์ เช่น การถอดโช้คอัพ การถอดปีกนก หรือน็อตยึดแร็คพวงมาลัย ซึ่งมักจะโดนโคลนและสนิมเกาะจนแน่น รวมถึงงานในห้องเครื่องยนต์บางจุด เช่น น็อตพูลเลย์ข้อเหวี่ยงที่ขึ้นชื่อเรื่องความแน่นปราบเซียน สำหรับงานก่อสร้าง นอกจากนี้ บล็อกไฟฟ้ายังถูกนำไปใช้ยิงสกรูตัวใหญ่สำหรับงานโครงสร้างไม้หรือโครงเหล็กได้อีกด้วย เรียกว่าตัวเดียวจบทั้งงานรถและงานบ้าน

 

วิธีเลือกซื้อบล็อกไฟฟ้า

 

การเลือกซื้อบล็อกไฟฟ้าต้องดูสเปกให้สัมพันธ์กับงานที่จะใช้ เพื่อไม่ให้เสียเงินเปล่าหรือซื้อมาแล้วใช้งานไม่ได้จริง โดยมีปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณาดังนี้ครับ

 

แรงบิด (Torque) เป็นค่าที่สำคัญที่สุดในการตัดสินว่าจะขันออกหรือไม่ มีหน่วยวัดสากลคือ นิวตันเมตร (Nm) หากคุณซื้อมาเพื่อถอดล้อรถเก๋งหรือรถกระบะทั่วไป ควรมองหารุ่นที่มีแรงบิดสูงสุดหรือแรงบิดขันคลายอย่างน้อย 300 Nm ขึ้นไป เพราะแม้น็อตล้อจะขันไว้ที่ 120 Nm แต่เมื่อเวลาผ่านไป สนิมและความร้อนอาจทำให้ค่าแรงต้านจริงสูงขึ้นไปอีกเท่าตัว หากเลือกแรงบิดน้อยเกินไป บล็อกจะยิงไม่ออกและมอเตอร์จะไหม้

 

ประเภทมอเตอร์ ปัจจุบันเราขอแนะนำให้เลือกมอเตอร์แบบไร้แปรงถ่าน (Brushless Motor) ซึ่งมีความร้อนสะสมน้อยกว่า ให้แรงบิดที่สูงกว่าในขนาดตัวที่เล็กกว่า และที่สำคัญคือประหยัดแบตเตอรี่มากกว่ามอเตอร์รุ่นเก่า อีกทั้งยังทำให้บล็อกไฟฟ้าไร้สายสามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

 

ขนาดแกนขับ มาตรฐานสำหรับงานรถยนต์ทั่วไปคือบล็อกไฟฟ้าที่มีแกนขับขนาด 1/2 นิ้ว (4 หุน) ซึ่งเป็นขนาดลูกบล็อกที่หาซื้อง่ายและครอบคลุมงานรถยนต์เกือบทั้งหมด ตั้งแต่เบอร์ 17, 19, 21 ไปจนถึง 24 มม.

 

แบตเตอรี่หรือมีสาย ถ้าเน้นความคล่องตัว พกพาไปใช้นอกสถานที่หรือติดรถไว้เผื่อฉุกเฉิน บล็อกไฟฟ้าไร้สายคือคำตอบที่ดีที่สุด แต่ต้องดูความจุแบตเตอรี่ (Ah) ด้วยว่าเพียงพอหรือไม่ (แนะนำ 4.0Ah ขึ้นไปสำหรับงานหนัก) ส่วนบล็อกไฟฟ้าแบบมีสายจะเหมาะกับงานในอู่ที่มีปลั๊กไฟพร้อม ข้อดีคือแรงบิดเสถียรตลอดเวลาไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมด แต่จะเกะกะสายไฟเวลาทำงาน

 

แนะนำ บล็อกไฟฟ้า และ บล็อกไฟฟ้าไร้สาย

 

สำหรับใครที่กำลังมองหาบล็อกไฟฟ้าคุณภาพดี คุ้มค่าราคา และมีการรับประกันที่เชื่อถือได้ แบรนด์ SUMO เป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องมือสัญชาติไทยที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน โดยเรามี 5 รุ่นที่น่าสนใจมาแนะนำตามลักษณะการใช้งาน

 

1. บล็อกไร้สาย 16V รุ่น IW1604 SUMO (งานเบา-งานประกอบ) ตัวนี้เป็นน้องเล็กที่ออกแบบมาให้กะทัดรัดและน้ำหนักเบา แรงบิด 360 Nm เหมาะสำหรับงานที่ไม่หนักมาก เช่น การขันน็อตมอเตอร์ไซค์ งานประกอบเฟอร์นิเจอร์ สำหรับรถเก๋งทั่วไป หรือน็อตในห้องเครื่องรถยนต์ที่ไม่ใช่จุดรับแรงหลัก จุดเด่นคือความคล่องตัวสูง เข้าถึงซอกมุมแคบได้ง่าย และมักมาพร้อมฟังก์ชัน 2-in-1 ที่ใช้หัวไขควงร่วมได้ เหมาะเป็นตัวช่วยผ่อนแรงช่างมอเตอร์ไซค์หรือช่างทั่วไป

 

บล็อกไร้สาย 16Vบล็อกไร้สาย 16V รุ่น IW1604 SUMO

 

2. บล็อกไฟฟ้าไร้สาย 4 หุน รุ่น CW777-5 SUMO (รุ่นยอดนิยม งานรถเก๋ง) ขยับขึ้นมาที่รุ่นยอดนิยมสำหรับคนใช้รถเก๋งและรถ SUV ขนาดเล็ก รุ่นนี้มักจะมาพร้อมแรงบิดในระดับประมาณ 400 Nm ซึ่งถือว่า “Sweet Spot” หรือจุดที่พอดีที่สุดสำหรับการใช้งานทั่วไป ถอดน็อตล้อรถเก๋งที่ขันมาตามมาตรฐานได้สบาย ๆ ตัวเครื่องมีขนาดและน้ำหนักที่สมดุล ไม่หนักจนปวดข้อมือ ถือเป็นรุ่นเริ่มต้นที่คุ้มค่าสำหรับคนที่อยากมีบล็อกไฟฟ้าตัวแรกติดบ้านไว้สลับยางเอง

 

บล็อกไฟฟ้าไร้สายบล็อกไฟฟ้าไร้สาย 4 หุน รุ่น CW777-5 SUMO

 

3. บล็อกไฟฟ้า (มีสาย) รุ่น IW1200 SUMO (งานอู่ กำลังเสถียร) สำหรับคนที่เปิดอู่ขนาดย่อมหรือทำงานอยู่กับที่และไม่อยากกังวลเรื่องแบตเตอรี่เสื่อม รุ่น IW1200 คือคำตอบ เป็นบล็อกไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊กที่ให้กำลังไฟเต็มเม็ดเต็มหน่วยตลอดเวลา ด้วยกำลังมอเตอร์ที่สูงและแรงบิดระดับ 500 Nm ทำให้มันสามารถจัดการงานช่วงล่างและงานล้อได้ต่อเนื่องทั้งวันโดยแรงไม่ตก เหมาะเป็นตัวยืนพื้นในเวิร์กช็อปที่มีปลั๊กไฟเข้าถึงสะดวก

 

บล็อกไฟฟ้าบล็อกไฟฟ้า (มีสาย) รุ่น IW1200 SUMO

 

4. บล็อกกระแทกไร้สาย ไร้แปรงถ่าน รุ่น IW2060 SUMO (ตัวจบสายรถกระบะ) หากคุณขับรถกระบะ รถ Off-Road หรือต้องซ่อมช่วงล่างที่สนิมกินหนัก ๆ รุ่น IW2060 คือตัวเลือกที่ขยับขึ้นมาเล่นงานหนักได้จริงจัง ด้วยมอเตอร์ Brushless ประสิทธิภาพสูงที่ให้แรงบิดระดับ 600 Nm ทำให้การถอดน็อตล้อรถกระบะที่ขันแน่น หรือน็อตเพลาขับกลายเป็นเรื่องง่าย รุ่นนี้ถือว่าเป็นตัวจบสำหรับสาย DIY ที่ต้องการเครื่องมือระดับกึ่งโปรที่ไว้ใจได้ในทุกสถานการณ์

 

5. บล็อกกระแทกไร้สาย ไร้แปรงถ่าน รุ่น IW2095 SUMO (พี่ใหญ่บ้าพลัง) ถ้างานของคุณคืองานเครื่องจักรเกษตร รถบรรทุกขนาดเล็ก หรือน็อตโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ที่แน่นระดับนรกแตก ต้องขยับมาหาพี่ใหญ่อย่าง รุ่น IW2095 ที่ให้แรงบิดมหาศาลถึง 950 Nm แรงบิดระดับนี้สามารถกระชากน็อตที่สนิมจับตายหรือน็อตล้อรถบรรทุกให้ออกได้ไม่ยาก เป็นเครื่องมือสำหรับงาน Heavy Duty โดยเฉพาะ น้ำหนักตัวเครื่องอาจจะมากหน่อยแลกกับพลังที่เหลือเฟือ ใครที่เคยเจอปัญหาน็อตไม่ออกจนท้อ รุ่นนี้คือคำตอบสุดท้าย

 


 

การมีบล็อกไฟฟ้าดี ๆ สักตัวติดรถหรือติดบ้านไว้ ไม่ใช่แค่เรื่องของการประหยัดแรง แต่คือการลงทุนเพื่อประหยัดเวลาและความปลอดภัยในการทำงาน ไม่ว่าคุณจะเป็นช่างมืออาชีพหรือแค่คนที่ชอบดูแลรถด้วยตัวเอง การลงทุนกับบล็อกไฟฟ้าที่เหมาะสมกับงานจะทำให้คุณสนุกกับการซ่อมรถมากขึ้นและไม่ต้องปวดหลังปวดแขนอีกต่อไป